up level monkey!

Just another jirajira.com site

Jirajira’s memo

Image

หลังจากที่หายกันไปพ่อลูกพักใหญ่ ลิงก็มานัวเนีย…

จิระ : “แม่…จิระจะไม่บอกความลับหรอกนะว่า…เค้ก”
แม่ : “แล้วจิระก็จะไม่บอกแม่ด้วยใช่มั้ยว่าไปไหนกันมา”
จิระ : “ช่ายยยย จิระไม่บอกแม่หรอกว่า โรบินสัน”
แม่ : “โอเค เดี๋ยวแม่รอเซอไพรซ์ก็ละกันนะ”
จิระ : “ความลับนะแม่…เค้ก มันจะกินได้ตอน 2 ทุ่ม”

เซอร์ไพรซ์แบบนี้ ลูกป๊าเจงเจงงงง 555
Read the rest of this entry »

Advertisements

Written by pikarin

January 23, 2012 at 12:40

Posted in my monkey

ICL memo

จากที่ปวดหัวกับสายตาตัวเองมานานนักรู้ทั้งรู้ว่าอ.หมอเจตน์เคยตรวจให้ที่ BI แล้วว่าตาข้าพเจ้าทำเลสิกไม่ได้ เพราะสั้นเยอะ เอียงเยอะ และ ตาแห้ง แพ้แสงด้วยอาการคนทำงานหน้าคอม เลนส์ตาบาง และจุดใหญ่ๆ ที่ยั้งใจไว้ไม่เสร็จเลสิกก็เพราะถ้าทำแล้วความสามารถในการแยก step สีจะลดลง แยกเฉดได้ไม่ละเอียด เช่นที่เคยเห็น เทา 1 2 3 4 5 ก็จะเห็นแค่ 1 3 5 ไรงี้ (ซึ่งข้อนี้สำคัญสำหรับการทำงานดิชั้นอย่างยิ่งยวด) รวมไปถึงว่่าเลสิกแล้วใส่คอนแทกเลนส์ปรับตาส่อนเวลาไปงานที่ต้องสวยไม่ได้แล้วนะ เพราะตาที่แห้งอยู่แล้วก็จะแห้งมากกกก แต่มันก็ตั้งหลายปีมาแล้วงิ มันก็น่าจะมีเครื่องมือใหม่ๆ ที่จะพอไหวป๊ะ? ก็ให้ความหวังตัวเองมาตลอด….วันก่อนนู่นนนนแวะไปงาน pearypie workshop ละมีโอกาสรู้จักคุณอนุวัตรที่เป็นเจ้าของบ. filtech ที่นำเข้าเครื่องเลเซอร์ต่างๆ รวมไปถึงเลนส์ตาเทียม ละก็อุปกรณ์เลสิกทั้งหมด…พอคุยไปคุยมาถึงข้อมูล ICL ที่ถึงแม้มันยังเพิ่งมีมาไม่นานเท่าไหร่ แต่ก็ไฟลุกกันอีกครั้งว่างวดนี้แหละ จะได้หลุดพ้นกับโรคขาดแว่นไม่ได้ซะที นับๆ ดูแล้วใส่แว่นมาตั้งแต่อยู่ ป.3 จนป่านนี้ก็ 20 กว่าปีแล้ว โคตรอึด

ไอ้เจ้า ICL นี้ พูดจาภาษาชาวบ้านก็คือ การผ่าตัดสอดเลนส์เทียมเสริมไปไว้ระหว่างเลนส์แก้วตา เพื่อให้ปรับโฟกัสได้ชัดขึ้น

ข้อมูลเพิ่มเติม (search ICL)

การใส่เลนส์เสริม (Phakic Intraocular Lens หรือ Phakic IOL)

เลนส์ชนิดพิเศษ
ผลิตจาก Collamer ขนาดเล็ก พับได้
เลนส์ถูกวางหลัง รูม่านตา
หน้าเลนส์แก้ว
เลนส์ใส่เข้าไปในตาอย่างถาวร
แก้ไขปัญหาสาย
ตาทำให้แสงตกกระทบ
พอดีที่จุดรับภาพ

เป็นวิธีการผ่าตัดรักษาภาวะสายตาผิดปกติ (สายตาสั้น สายตายาวโดยกำเนิด และสายตาเอียง) แบบถาวรโดยแพทย์จะทำการเปิดแผลขนาดเล็ก 3 – 3.5 มิลลิเมตร ผ่านกระจกตาเพื่อนำเลนส์ (มีลักษณะพับได้) ใส่เข้าไป แผลนี้จะสมานตัวเองได้โดยไม่จำเป็นต้องเย็บแผล เลนส์ที่ถูกสอดเข้าไปในตา จะค่อย ๆ คลี่ตัวออกและถูกวางไว้บริเวณหลังม่านตา และอยู่ด้านหน้าเลนส์แก้วตา ซึ่งไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า การผ่าตัดใส่เลนส์ Phakic IOL มีความเสี่ยงต่ำมาก  คนไข้จะได้รับยาชาเฉพาะที่ เพื่อลดอาการไม่สบายตาต่างๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างผ่าตัด การผ่าตัดนี้ใช้เวลาประมาณ 30 นาที หลังจากนั้นคนไข้สามารถกลับไปพักผ่อนที่บ้านได้

ข้อดี
1. สามารถเปลี่ยนเลนส์ได้อีกกี่ครั้งก็ได้ถ้าสายตาเปลี่ยนในอนาคต
2. ใส่คอนแทกเลนส์ทับได้เพราะไม่ใช่การเฉือนกระจกตาออกไปถาวร
3. ไม่มีปัญหาเรื่องตาแห้ง และการแยก step สีมากไปกว่าปกติที่เป็นอยู่ (ใครเคยได้แค่ไหนก้แค่นั้นแหละ)

ข้อเสีย
1. แพงเลือดสาดดดดดดดด จากราคาที่เช็กมาของรพ.กรุงเทพอยู่ที่ประมาณ 129000++/ ตา 1 ข้าง เจ๊ดเขร้!! ที่หาข้อมูลมาส่วนมากราคาจะอยู่ที่หลักหมื่น (80000+ สำหรับตาเอียง) แต่ถามไปถามมาก็คือที่ รพ.กท.ยังไม่รวมค่าเลเซอร์ yag ม่านตาปรับความดันและค่า follow อื่นๆ อีก….แต่ก็สรุปว่าคงไปทำที่รพ.วิภาวดี เพราะหมอคนเดียวกัน
2. ถ้าระหว่างที่ต้องดูแล เกิดติดเชื้อขึ้นมา ต้องเอาเลนส์ออก ซึ่งเป็นเคสร้ายแรงที่สุด ก็เท่ากะทำฟรี เสียตังค์ฟรี

เมื่อได้ข้อมูลเบื้องต้นเรียบร้อย…..2 วันต่อมา ในหัวก็ยังคงวนเวียนอยู่กะเรื่อง ICL เป็นอันรู้ว่าเอาจริงแน่ๆ ทีนี้ เลยโทรไปขอคำแนะนำเพิ่มหน่อยเหอะวะ คุณอนุวัตรก็ติดต่อนัดหมอฐิดานันท์ให้เสร็จสรรพวันนั้นเลย ขอบพระคุณค่าาาา T/\T

27/12/1011

เข้าไปตรวจที่รพ.กรุงเทพตรวจความโค้งลูกตา ความหนาบาง เช็กสายตา ดูความกว้างของมุมตา วัดความดัน อะไรก็ไม่รู้เยอะแยะมากมาย …..แต่ยังติดตรงที่ว่าวันที่ไปช้าไปหน่อย ต้องรีบกลับไปรับลูกลิงเลยไม่สามารถหยอดยาขยายม่านตาได้ ก็เลยนัดกันอีกครั้ง หลังปีใหม่ พร้อมกับอีกขาก็ปรึกษาหมออาร์ตที่เมกาไปด้วยเพื่อความชัวร์ว่ามันโอเคจริงเหรอ…..เมื่อข้อมูลจากหมออาร์ตบอกว่าโอเค รวมทั้งซักถามทั้ง 2 หมอว่า effect มันจะมีอะไรมั่ง ซึ่งหลักๆ จะเป็นเรื่องความดันลูกตาสำหรับคนที่มุมฐานตาแคบจะมีปัญหาเยอะ ละก็เรื่องการ yag เลเซอร์เพื่อขยายการระบายน้ำในลูกตาเพื่อลดความดัน การมองเห็นแสงจ้า ฟุ้งกระจาย รวมไปถึงความเสี่ยงของต้อกระจก และการติดเชื้อว่าร้ายแรงสุดจะประมาณไหน ฟังๆ มาทั้งหมดมันก็ยังดีกว่าที่ตอนนี้ต้องใส่แว่นละวะ

4/1/2012

วันนี้หมอนัด follow หยอดยาขยายม่านตา (ใช้เวลา 45 นาที) ตรวจจอประสาทตา ตรวจสายตา 2 รอบ ตรวจนั่นนี่ ซักถามเรื่อง effect และความคาดหวังต่างๆ อีกครั้ง….คราวหน้านัดอีกที (วันที่ 2 กพ.) ก็จะยิงเลเซอร์ yag ระบายความดันละน๊าาาา ไอ้เจ้าเลเซอร์นี่หมอก็อธิบายว่าจุดไหน เพราะอะไรที่จะทำให้มีผลข้างเคียงการฟุ้งของแสงไรงี้ด้วย แล้วก็ควร yag อย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 2 สัปดาห์ก่อนจะใส่เลนส์จริง เพื่อที่จะได้รู้ว่า รูที่ yag ไว้มันแห้งและเปิดจริงหรือต้องมายิงซ้ำอีก

งานนี้คนกลัวไม่ใช่คนจะทำ แต่คุณซะมีดั๊นนี่แค่ฟังก็นั่งลุ้นแล้วฮร่ะ ฮุฮุ

31/1/2012

มีนัดวัดเลนส์ที่บ. filltech ที่เมืองทอง…ส่งลิงไปรร.ปั๊บก็บึ่งไปเลย น้องปัญคนงามมาดูแลต้อนรับ อธิบายขั้นตอนการทำ u/s ในวันนี้ (บังเอิญมากว่าน้องปัญเป็นสาวจีบันดั้วะ!) ซึ่งก็ขลุกขลักนิดนึงตรงที่ บ.เพิ่งย้ายออฟฟิสมาที่นี่ (หนีน้ำท่วม) เลยยังตกแต่ง ซ่อมแซมไม่เสร็จ ห้องที่ปกติใช้วัดเลนส์ก็ยังไม่เสร็จก็เลยต้องใช้ห้องประชุมเป็นการชั่วคราวไปก่อน แต่จะเลื่อนไปอีกก็กลัวว่าจะได้เลนส์ช้าออกไปอีกเพราะสั่งเลนส์จากสวิสใช้เวลาประมาณเดือนครึ่ง-2 เดือน ซึ่งการคำนวนวันนัดวันเลนส์ วัน yag วันใส่เลนส์มีผลต่อแปลนงานแปลนเที่ยวต่างๆ ที่จะต้องทำในเดือนนี้ เดือนนู้นต่อไปอีก 2-3 เดือนนั้นเลย ต้องแปลนดีๆ เพราะว่าถ้าจะ yag วันที่ 9 (เลื่อนจากวันที่ 2 เพราะต้นติดธุระหลายอย่างเคลียร์ไม่ทัน) ก็จะต้องพักตา ห้ามโดนน้ำห้ามแต่งหน้าไป 2 สัปดาห์ ก็จะต้องเคลียร์ๆๆ งานและธุระต่างๆ ช่วงปลายเดือนให้เรียบร้อยเตรียมไป HK กะที่บ้าน กลับจาก HK ก็น่าจะพอดีกับได้เลนส์ กะไว้ว่าเต็มที่ก็ต้องใส่เลนส์ไม่เกินเดือนมีนา เพราะต้องพักตาไปอีก 2 สัปดาห์เหมือนเดิม พอพ้นช่วงก็แปลนเที่ยวกันต่อตอนปลายเมษา ซึ่งก็ถ้าผ่านไปได้ด้วยดีก็จะเป็นทริปแรกที่ไม่ต้องใส่แว่นล่ะเว้ยเฮ้ยยยย!!!

u/s ลูกกะตา วัดเลนส์ ICL

มาถึงตอนที่จะเริ่มทำ u/s ลูกกะตาล่ะ….เริ่มต้นก็ต้องหยอดยาชา และป้ายน้ำตาเทียมแบบเจล…อย่างที่บอกว่าสถานที่ยังไม่เรียบร้อย ก็เลยต้องใช้เก้าอี้ทำงานนั่งเงยหน้าให้ปวดคอกันนิดนึง (น้องปัญบอกว่าปกติช่วงนี้จะนัดไปวัดเลนส์ที่รพ.ก็ได้จ้า แต่อิชั้นมาที่นี่สะดวกกว่านะ)

พอได้ที่ ก็เริ่มเอาอุปกรณ์เครื่องตรวจ u/s มาคลึงๆ ลูกกะตา เป็นหัวนุ่มๆ น้ำๆ อารมณ์ประมาณ eye mask เย็นๆ แต่ก็ต้องฝืนลืมตาตรงมองไปข้างหน้าให้นิ่งที่สุดเพื่อที่จะได้วัดความกว้างความโค้งระหว่างกระจกตาได้ใกล้เคียงที่สุด ใช้เวลาไม่นาน ประมาณ 15-20 นาทีก็เสร็จ…ระหว่างนั้นก็ซักถามข้อมูลต่างๆ เพื่อความเข้าใจมากขึ้น ส่วนมากที่ถามก็จะเป็นเรื่อง error effect ต่างๆ ซะมากกว่า

เวลา u/s ก็จะแปะๆ วนๆ คลึงๆ อย่างนี้ หยึยนิดนึงนะ


ข้อมูลที่ได้เพิ่มในการอัพเดทหลังจากทำ u/s คือ

  • ค่าทำ ICL สำหรับสายตาเอียงของรพ.วิภาวดีอยู่ที่ 199,000/2 ข้าง รวมค่า yag ค่าห้อง 2 คืน (ทำวันละข้าง) ค่าผ่าตัด ค่า follow อื่นๆ หมดแล้ว…ถูกกว่า รพ.กท.เหยียบแสนนะนั่น!
  • error ของการทำ ICL อยู่ที่ประมาณ 1% ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องค่าสายตาที่เยอะจนเก็บไม่หมด การติดเชื้อระหว่างการดูแลหลังการทำ (ส่วนใหญ่ที่พบมาจากน้ำเข้าตา) และการเกิดต้อกระจกภายหลัง
  • โดยเฉลี่ยแล้วปัจจุบันในประเทศไทยมีคนทำ ICL วันละคน
  • การทำ ICL ช่องว่างในลูกกะตาจะต้องมีความลึก 2.8+ เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับเลนส์ ที่จะเป็นสาเหตุทำให้เกิดต้อกระจกได้ (คนที่ช่องนี้ตื้นหมอจะไม่ทำให้นะคะ)
  • ICL สามารถแก้สายตาสั้นได้ตั้งแต่ 50 ถึง 1800 ถ้าเกินกว่านี้ก็ต้องใส่แว่นช่วยล่ะ เคสที่น้องบอกว่าเคยเจอโหดสุดๆ คือคนไข้สายตาสั้น 2400!!!  -_-
  • การเลือกค่าสายตาของเลนส์ คุณหมอจะช่วยเลือกให้ว่าจะให้ค่าสายตาติดบวกนิดๆ หรือลบนิดๆ เผื่อสายตาปรับหลังจากใส่เลนส์นิดหน่อย (โดยปกติจะเหลือลบนิดๆ ไว้มากกว่า)
  • ถ้าให้เทียบกับการใส่แว่นเป็น TV จอแก้วยุค 70 ละก็ ICL คือภาพระบบ HD เลยทีเดียว เวอร์เนอะ เดี๋ยวทำแล้วได้ขนาดนั้นเลยป่ะจะมาบอกอีกที

9/2/2012

ได้เวลานัด ยิง Yag เปิดรูม่านตากันแล้ว….
ไปถึงรพ.วิภาวดีตอน 9 โมง 50 หน้าโล้นมาเลย เพราะเค้าห้ามแต่งหน้าใดๆ แม้แต่แป้ง…ลงทะเบียนผู้ป่วยเรียบร้อยก็ขึ้นไปที่ศูนย์เลสิกชั้น 18 พบคุณหมอแป๊บนึงว่าวันนี้มีขั้นตอนอะไรบ้าง แล้วคุณพยาบาลก็มาอธิบายรายละเอียดอีกที

เริ่มต้นเลยก็ไปวัดความโค้งกระจกตา และช่องว่างภายในลูกกะตากันอีกครั้ง ตัวที่วัดคล้ายๆ ที่ไป u/s วัดเลนส์แต่คราวนี้ง่ายมาก เป็นดิจิตอล ทำตาโตๆ ให้เครื่องแป๊บเดียวก็เสร็จ ….ออกมาพยาบาลก็มาหยอดยาหดรูม่านตาให้ หยดแล้วก็ทิ้งไว้ 3 รอบ ขั้นตอนนี้เล่นเอาปวดหัวตึ้บเลย หนักหัวเหมือนเมาค้าง รวมกับช่วงเช้าที่ง่วงๆ ด้วยนี่มึนสุดๆ พอได้ที่แล้วก็หยอดยาชา วัดความดันลูกตา (เครื่องที่มีลมเป่าๆ) เตรียมตัวไป Yag ที่ชั้น 2

ช่วงเช้านี่เหมือนจะง่าย ขั้นตอนจริงๆ แป๊บเดียวก็เสร็จ แต่จะเสียเวลาก็ตรงรอยาชา รอห้องนี่ล่ะ

พอถึงขั้นตอน Yag คุณหมอจะเอาเครื่องมือที่เหมือนเลนส์กล้องตัวจิ๋วๆ ที่ฝั่งนึงเป็นคอนแทกเลนส์มาแปะที่ลูกกะตา เอาหน้าวางที่เครื่อง laser แล้วก็เริ่ม Yag ที่ตะแรกน้องปัญคนงามเล่าไว้ซะน่ากลัว เอาเข้าจริงก็ไม่โหดอย่างที่คิด คุณหมอก็พูดไปคุยไป ส่วนลูกกะตาก็จะรู้สึกเหมือนโดนหนังยางดีด ตามจังหวะการยิง ปึ้ก ปึ้ก ปี้ก ไม่ถึง 15 นาทีก็เสร็จ….. ตาข้างขวานี่ชิวมาก ไม่เจ็บเลย แต่ข้างซ้ายจะ sensitve กว่าก็มีสะดุ้งเล็กน้อยเหมือนกัน แต่ก็โอเค ไม่เจ็บอะไรมากมาย….แล้วก็ออกมานั่งรอ เดินเล่นรอครึ่งชม. เพื่อรอวัดความดันลูกตาอีกครั้ง

ระหว่างที่รอหลัง Yag เสร็จนี่จะมองเห็น cell ที่ฟุ้งกระจายในลูกตาสีขาวๆ ดำๆ เหมือนอะมีบ้าลอยไปลอยมาเหมือนหมอก แต่ก็ยังไม่เจ็บอะไร พอวัดความดันลูกตาเสร็จ ก็มาเก็บ Yag อีกรอบ เพื่อให้ได้ความกว้างรูม่านตาที่โอเค รอบ 2 นี่ตอนที่ติดเครื่องเมือเข้าไปเคืองใช้ได้ รู้สึกว่ายาชาเริ่มหมดฤทธิ์ล่ะแสบเลย เพราะตาแห้งมาก ถูกกระทำมาซะเยอะ ต้องนั่งหลับตาพักใหญ่เลยกว่าจะลืมตาได้

การดูแล ในขั้นตอน Yag นี่ก็มียาหยอดแก้อักเสบ วันละ 4 ครั้ง ควรนอนหมอนสูงหรือนั่งในช่วงแรก เพื่อให้ cell ที่ฟุ้งกระจายตกลงมาข้างล่าง (ถ้านอนหงายมันจะตกไปข้างหลังทำให้รำคาญว่ามีอะมีบ้าลอยไม่เลิก) อื่นๆ ก็ทำได้ตามกิจวัตรประจำวันได้หมด แต่ก็ยังไม่ควรให้น้ำเข้าตาแค่นั้นเลย…..วันที่ 2 หลังจาก Yag แล้ว ไม่เคืองตา ไม่รู้สึกเจ็บเลย ปกติมาก ยังมีอะมีบ้าลอยนิดหน่อย แต่ไม่เยอะเท่าเมื่อวานแล้ว

ผ่านพ้น Yag ไปแล้ว จ่ายค่ามัดจำเลนส์แล้ว ก็มาได้ครึ่งทางแล้ว…..เหลือรอเลนส์ปลายเดือนมีนา ก็จะได้ลาแว่นกันแล้วน๊าาาาาา

Written by pikarin

January 4, 2012 at 22:54

มาเรียนดนตรีกันเถอะ

ไม่ค่อยได้อัพเดทเรื่องการเรียน การเล่นของจิระซักเท่าไหร่ แต่รวมๆ ก็คือตั้งแต่เริ่มให้เรียนดนตรีเป็นต้นมาจากที่เรียนกับครูวิวที่รร.ช่วงเย็นระหว่างรอป๊าไปรับ พอเริ่มจะเข้ากลุ่มได้ก็ให้ลองเรียน JMC ดูก่อน และจาก JMC นี่แหละที่ลิงชอบมากจนเกิดอาการอินใช้ได้ ชอบถึงขนาดร้องไห้ไม่ยอมกลับบ้าน จะเรียนต่อ นั่งนับวันรอวันเสาร์กันเลยทีเดียวล่ะ
ละพอ 4 ขวบปั๊บบบบบบ แม่กะป๊าก็เลยถอยของดำมาเป็นของขวัญวันเกิด หลังจากดูมาพักนึงว่าน่าจะส่งเสริมนะ…..ได้ครูภูมิมาสอนที่บ้านจากการแนะนำของคนรู้จักของคนรู้จักอีกที ก็โอเคร๊ (ส่วนเรียนเพิ่มที่บ้านนี่ก็ไม่ได้บังคับอะไร ชิวๆ กันไปอะนะ แต่เค้าอยากเรียนเอง)
หลังจากเรียนเปียโนกันได้ 3 ครั้งก็เกิดการเปลี่ยนแปลงกับความสามารถน้อยๆ ขึ้นอีกนิดๆ…..เช่นตื่นมาปั๊บ กลับบ้านปั๊บ ก็ปีนขึ้นเก้าอี้ ขอดีดตึ่ง ตึง ตึ๊ง ซะหน่อยน่า จากเห่อบรรทัด 5 เส้น มาเห่ออ่านโน้ต ละพอครูภูมิสอนเรื่องจังหวะว่าโน้ตแต่ละอย่างต่างกันยังไง ไอ้ที่ดูไม่สนๆ ก็ทำได้นี่หว่า 😀
ตอนนี้ทั้งแม่ทั้งป๊า เลยขุดกรุความรู้นั่งนั่บโน้ตลองเล่นกันใหญ่ (กลัวคุยกับลูกไม่รู้เรื่อง) ก็รอดูต่อไปว่าจะเป็นยังไงน๊าาาา
  • พัฒนาการฟีเจอริ่งระหว่างคณิตศาสตร์ vs ดนตรีของเด็ก 4 ขวบ….”โน้ตตัวดำ 3 ตัว + โน้ตตัวขาวมีไฝ = 6 // โน้ตตัวกลม 1 ตัว + โน้ตตัวดำ 2 ตัว + โน้ตตัวขาว 2 ตัว = 10″
  • “โน้ตตัวดำ 1 จังหวะ โน้ตตัวขาว 2 จังหวะ ถ้ามีไฝ 3 จังหวะ…จิระก็เป็นเด็ก 3 จังหวะสิแม่ ก็จิระมีไฝอ๊ะ!”

 

Written by pikarin

August 24, 2011 at 17:55

Posted in my monkey

บ๊อกลิงๆ ณ วันแม่

เช้าของวันแม่ปีนี้ อีแม่งัวเงียตื่นสายกว่าลิงอีกแล้ว….จิระจิระตื่นเช้ามาก็ลงไปหาคุณยาย เล่นกับอาหวาน และ…ในที่สุดก็ปลุกแม่ด้วยเสียงเปียโนกระท่อนกระแท่น (คาดว่าเปิดเล่นเองโชว์อาหวานไม่ได้กะว่าจะปลุกแม่หรอกนะ) และที่แอบดีใจคือ ฮีเล่น 2 มือเอง (ทั้งๆ ที่เวลาบอกให้เล่น 2 มือฮีจะไม่ยอมเลย จนกว่าจะเอาวิตามินซีมาล่อ)

 

วันนี้คร่าวๆ ก็ไปหาป้าผึ้งกับลุงโก้ ตามด้วยไปสมทบกันต่อที่บ้านป้าเจนกับลุงกริส…..ทอปิกทั่วไปก็เม้าท์ๆ จบ

แต่ไอ้ที่อยากอัพบ๊อกคราวนี้มันเรื่องของจิระล้วนๆ

 

มีอยู่ว่า พอกลับถึงบ้านจิระจิระยอมเปลี่ยนชุดนอน แปรงฟันแต่โดยดีแล้วก็ยอมให้แม่กล่อมนอน เนื่องจาก “วันนี้เป็นวันแม่นะ จิระจะนอนกับแม่”!!! ปลื้มซ๊าาาาา T_T

ก็นอนกลิ้งไปกลิ้งมา คุยกันเล่นกันฟัดกันพอประมาณ จากที่ช่วงหลังมาจิระติดจะนอนกับคุณยายแจ ไม่ก็หลับตั้งแต่ในรถ เราเลยไม่ค่อยได้มีช่วงเวลาแม่ลิงลูกลิงกันซักเท่าไหร่ (รู้สึกผิดขึ้นมาทันที -_-“) ถามจิระว่าจะฟังนิทานเรื่องอะไรดี ฮีตอบ “ไม่เอา แม่ไม่ใช่คุณยาย เล่นบวกเลขดีกว่า” เอาก็เอาวะ เลขเด็กอนุบาล ไงซะอิชั้นก็ยังไหว…..ก็อย่างที่พอรู้ว่าจิระจะบ้าเลขมากเป็นทุน แต่ก็ไม่คิดว่าจะได้เยอะขนาดนี้….ตะแรกแม่เริ่มถามหลัก 10-20 โอ้ย ชิวๆ 24+27 เท่าไหร่ ฮีตอบได้ในเสี้ยววินาที (ส่วนตรูยังนั่งทดเลขในใจว่าคำตอบนั้นมันถูกมั้ยวะ) พอเห็นแม่ช้า จิระมาเฉลยให้ “4+7 เท่ากับ 11 ใส่ 1 ทด 1 ละ 2+2 เท่ากับ 4 ทด 1 = 5 เป็น 51 ไง” เฮ้ย! “ไหน 43+38 = เท่าไหร่?” “3+8 เท่ากับ 11 ใส่ 1 ทด 1, 4+3 เท่ากับ 7 ทดมา 1 เท่ากับ 8 เป็น 81” กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด ทะ ทะ เทออรู้จัก “ทด” จริงๆ ด้วยอ่าาาาา….ละขอโทษที ที่ว่ามาเนี่ยไม่ได้เขียนในกระดาษนะยะ จิ้นกัน วาดนิ้วในอากาศล้วนๆ!

เล่นกันไป 20 นาทีได้ (สมองอิชั้นล้ามาก คิดตามฮีไม่ค่อยทัน) หลัก 10 20 30 40 นี่ชิวมากโดยเฉพาะการบวกเลขที่เหมือนกันเช่น 36+36 = 72, 48+48 = 96 (ไม่ต้องยกมือมานับนิ้วเลย) ก็วกกลับมาบ้าโหมดเลข 12 ต่อ ตั้งแต่ไล่เลขเอง ถึงถามให้แม่ตอบ อิชั้นก็แกล้งตอบผิดมั่งถูกมั่งให้คุณครูจิระมาเฉลย…..8+4 = 12, 13-1 = 12, 7+5 = 12……จนถึงช็อตอยากเล่นเอง มาให้แม่ถามจิระมั่ง ทีนี้ อีแม่ก็ถามไป “6+อะไรเท่ากับ 12 น๊า?”…ลิงอัพเวลเร็วไวตอบกลับมา “six” โว๊ะ!! เอาใหม่ “15-อะไรเท่ากับ 12 น๊าา?” ตอบทันใจ “three!” ฟลุกน่า…..ขอเทสอีกที

แม่ : “แล้ว sixteen+อะไรเท่ากับ twenty?”
จิระ : “four!!!!”

โอ๊ะ ไม่ได้โม้ววววววววว เลยลองของสอนนับเลขญี่ปุ่นให้ซักหน่อย ถึงจะกุกๆ กักๆ เพี้ยนๆ นิดนึงแต่ฮีก็จำได้เร็วมาก แป๊บๆ มาเลย “แม่ๆ อิจิ+โกะ=รักกุ๊ ใช่มั้ยแม่?”

คืนนี้เลยกลายเป็นเล่นกันเชิงวิชาการไปซะงั้น (ไม่ถนัดเลยกรู) สงสัยต้องมานั่งคิดอีกแล้วว่าจะ input ยังไงให้ทันกับที่ลิงอยากรู้และจะรับไหว

พอเริ่มงัวเงียๆ แม่เลยขอถามนิดนึง “จิระชอบเรียนอะไรที่สุดบอกหน่อยได้มั้ย…ข้อ 1. เรียนบวกเลข นับเลข ข้อ 2.เรียนสะกดคำ อ่านหนังสือ ข้อ 3.เรียนดนตรี ข้อ 4. เรียนวาดรูป ระบายสี ข้อ 5.เรียนพละ?”

 

ทีแรกคิดว่าคำตอบจะออกมาเป็นเลข แต่ถาม 5 ครั้งตอบเหมือนกัน ยืนยันว่า

 

 

 

“จิระชอบเรียนดนตรีที่สุดค้าบบบบบบบบบ”

 

ถามต่อว่า “แล้วไอ้ที่ชอบเรียนดนตรีน่ะชอบอะไร ข้อ 1. เล่นคีย์บอร์ด เล่นเปียโน กดๆ ข้อ 2. อ่านโน้ต เขียนโน้ต บรรทัด 5 เส้น ข้อ 3. ชอบไปเรียนกับครูอุ๊ เพราะได้สติ๊กเกอร์? ข้อ 4. ชอบฟังเพลงที่ไปเรียนมา”
จิระบอกว่า ชอบข้อ 2 อ่านโน้ตเขียนโน้ตที่สุดค้าบบบบ ข้อ 1 เล่นเปียโนก็ชอบแต่จิระไม่ชอบเล่นมือซ้ายอ่าาาาา

มานั่งเรียบเรียงพัฒนาการด้านดนตรีก็เข้าข่ายอยู่ เพราะครูที่รร.บอกว่าจิระชอบเรียนดนตรี และจะตั้งใจเรียนทุกครั้ง (เหมือนกับวันเสาร์ที่ไปเรียน  JMC ถึงกับนั่งนับวันรอให้ถึง 11 โมงวันเสาร์กันเลยทีเดียวเชียว) ตอนนี้ได้ของดำมาเป็นพรอพประดับบ้านแล้ว ก็ได้ฤกษ์เริ่มให้เรียนเปียโนซะที เสาร์ที่แล้วนัดครูเข้ามาทำความคุ้นเคยกันก่อน ซึ่งจากที่ฮีเห่อว่าจะมีครูมาสอนเปียโนที่บ้าน พอเจอตัวจริงๆ แล้วแม่มัวแต่คุยกับครูก็เริ่มไม่ยอมละ เรียกร้องความสนใจ องค์ลงไปซะหน่อย กว่าจะยอมเข้าหาฮีก็ฟอร์มจัดไปซะเกือบหมดเวลา….คุยกันดูพื้นฐานเด็กแล้วก็ให้การบ้านไว้ ให้เล่นมือซ้ายด้วยโน้ตเดียวกัน ด้วยว่าเห็นจิระโชว์โปรเล่นจิงเกอเบลมือขวาได้แล้ว (จากที่รร.สอนมา) ละก็ให้เบสิกอีแม่ก็นั่งเล่นไปกะลิง ขุดความรู้อ่านโน้ตสมัยเด็กๆ กันใหม่ (เอาไว้หัดเล่นเพลงง่ายๆ ล่อลูก) แต่กลายเป็นว่า จิระแย่งอ่านโน้ต แถมเป๊ะกว่าแม่อีกอ่ะ ถ้ากุญแจซอลนี่ไม่มีพลาดเลย จะสับสนก็กุญแจฟานี่ล่ะยังคอยเถียงอยู่ว่า “ทำไมตัวนี้มันต้องเป็นซอล ทำไมมันไม่ใช่โด่ มันอยู่ในช่องเส้นที่ 4 มันต้องเป็นโด่ๆๆๆๆๆๆ” ยังไม่ได้จะให้หัดอ่านโน้ตกุญแจฟาซักหน่อย (เพราะแม่ก็ยังมั่ว) แต่ลิงเห็นแล้วก็สงสัย ไปๆ มาๆ เลยต้องเก็บโน้ตที่มี 2 กุญแจไปก่อนเลย…..เอาหนังสือเรียน JMC ที่คุ้นเคยนี่แหละมาหัดกดตุ๊งแหน่วๆ ไปก่อน….ถึงลิงจะอ่านโน้ตได้ รู้จักตำแหน่งโน้ตแล้วแต่ครูภูมิบอกว่าไม่อยากให้จำโน้ตว่า”ตัวนี้อ่านว่าตัวอะไร” อยากให้จำว่า ตำแหน่งนี้ต้องวางนิ้วไหนคีย์ไหนและวางมือให้ถูกต้องก่อนมากกว่า (มันจะช่วยให้ลด process ในหัวกับการเล่นได้เยอะ)

อ่ะจัดไป สักการะของดำให้คุ้มนะลูก….อีแม่จะขยันทำมาหากิน หาเงินมาเซ่นค่าเรียนของดำให้เอง T^T

Written by pikarin

August 12, 2011 at 23:49

Posted in my monkey

Happy Birthday ลิงจิยะ 4 ขวบจ้า

ดองบ๊อกไว้ไม่นานก็ผ่านไปหลายเดือนอีกล่ะ -_-

มาคราวนี้เข้าโหมดอัพบ๊อกภาคบังคับ เพราะมันเป็นบ๊อกครบรอบวันเกิดลิงจิยะนั่นเอ๊ง!!!

ปีนี้เดอะแก๊งหลายคนไม่ว่างกัน บางบ้านก็เพิ่งเปิดร้านไม่มีคนเฝ้า บางบ้านก็หนีไปบางแสนไม่ชวน (ชริ) ที่เหลือก็เลยขอเป่าเค้กกันเบาๆ แค่เมมเบอร์ที่สะดวก พร้อมด้วยโต๊ะยืดได้ ณ y50 พรอพใหม่ของบ้านลิง แถมด้วยแขกรับเชิญหน้าใหม่น้องออสตินที่มาไกลจากโคราชเชียวนา อิอิ

หลังจากจิระจิระเป็นผีตู้กระจกเกาะตู้เค้กแทบทุกที่ช่วงที่ผ่านมาแถมรีเควสจริงจังว่าวันเกิดจิระอยากได้เค้กอลังการแม่จะซื้อให้มั้ย ช่วงเช้าคุณป๊าเลยอาศัยช่วงเวลาที่ไปเรียน JMC แว่บเข้าเมืองไปซื้อเค้กโบ้ทมาให้เชียวนะ……งานนี้ผู้ใหญ่ทุกคนทำใจเรียบร้อยว่าอดกินเค้กอร่อย แต่ก็ดีกว่าที่คาดนะ พอรับไหวๆ (ที่แน่ๆ เค้กดึกดำบรรพ์รสชาติโอเคกว่าเมืองใต้บาดาลตอนวันเกิดขาหมูนิดนึง)

ถึงเวลาเซอร์ไพรซ์ลิงดีใจตาโต ตื่นเต้นสุดๆ ช่วงชิงกันใหญ่ ใครจะเอาตัวไหน ไตรเซอราทอป หรือทีเรกซ์ แค่นี้ก็คุ้มละ ฮ่าๆๆ

4 ขวบแล้วหนา ไอ้ลิงซ่าของแม่….ก็ขอให้หนูเป็นเด็กอารมณ์ดี มีเหตุผล ไม่ดื้อไม่ซนบ้าง (ซัก  3 ชม.ต่อวันก็พอ) ใช้ชีวิตวัยเด็กให้สมกับเป็นเด็กเยอะๆ มีความสุขมากๆ นะคับ รักนะ จุ๊ฟๆ

Written by pikarin

August 1, 2011 at 13:48

Posted in my monkey

makeup อนุบาลกับค่ายฤดูร้อน “คนหลังข่าว”

วันนี้ (เมื่อเช้า) ได้มีโอกาสไปเป็นวิทยากรรับเชิญค่ายฤดูร้อนของ รร.ลิง กับหัวข้อ “คนหลังข่าว” ซึ่งตอนแรกที่คุณครูติดต่อมาเพราะก็น่าจะถึงคิวดั๊นจะต้องไปสอนเด็กๆ บ้างแล้วอ่ะนะ (ปกติที่รร.นี้จะมีพ่อแม่ผปค.เวียนกันมาเป็นวิทยากรรับเชิญในหัวข้อต่างๆ กับกิจกรรมห้องเรียนพ่อแม่อยู่แล้วอ่ะจ้ะ)

ก็คิดๆๆๆ จะสอนอะไรดีวะเนี่ย ครูบอกว่าอยากให้เกี่ยวข้องกับอาชีพของคุณพ่อคุณแม่น่ะค่ะ เวรล่ะ จะสอนทำเวบเรอะ ขายโฆษณาเรอะก็ไม่ใช่ล่ะ… แถมต้องสอนเด็กอนุบาลอีก skill การสอนอิชั้นก็ไม่เป็นซะด้วย อย่างที่ผ่านมาก็จะมีผปค.ท่านอื่นไปสอนเกี่ยวกับการถ่ายรูป การทำหนังสือพิมพ์ ทำแพนเค้ก (ของว่างนักข่าว) บลาๆๆๆ….ตะแรกไอเดียว่าไปสอนแต่งตัวดีมั้ย แต่ก็มีผปค.ที่เป็นนักข่าวจองไปแระเกี่ยวกับว่านักข่าวแต่งตัวยังไง…..ไอเดียต่อมา ปรับเปลี่ยนมาเป็นทำโปสการ์ด D.I.Y คอลลาจเสื้อผ้า แอกเซสเซอรี่ กึ่งๆ polyvore ดีมั้ย คุณดิ๊งก็บอกไม่เอา เด็กๆ น่าจะได้ทำอะไรที่ได้มีส่วนร่วมด้วยกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างทำน่าจะดีว่านะ…..อืมมม…..งั้นเหลือไรล่ะนี่ สอนแต่งหน้าเลยก็ละกันนะ….แต่….จะให้แต่งหน้าเด็กๆ ก็ไม่เอานะ ส่วนตัวไม่ชอบเด็กๆ แต่งหน้า มันดูเกินวัย แก่แดด คิดไปคิดมาเลยว่า แต่งหน้าครูเลยดีกว่า หึหึ

ปรึกษาคุณครูเตรียมการสอนก่อน 1 วัน สรุปว่าโอเคน่าสนุกดี ให้คุณครูกับพี่เลี้ยงเป็นนางแบบนะ…..กลับบ้านมาเลือกอุปกรณ์การเรียนการสอน ที่คิดว่าน่าจะเข้ากับบทเรียนครั้งนี้ แล้วก็ลุยกันเลย!!

เช้ามา 9.30 น. เริ่มชั้นเรียน ตื่นเต้นเหมือนกันนะ แต่เด็กๆ ก็ทำให้บรรยากาศเป็นกันเองขึ้นเยอะ ตั้งแต่ครูก๊อดเริ่มเกริ่นๆ ว่าวันนี้จะมีแขกรับเชิญพี่เศษมานะ เด็กๆ ที่แอบเห็นอิชั้นแล้วก็แย่งกันตอบละว่า “แม่จิระแน่ๆ เลย!!!”

ทำความเคารพ แนะนำตัวกันไป ก็เริ่มพิธี……เริ่มจากถามกันก่อนว่าใครเคยเห็นคุณแม่แต่งหน้ากันบ้าง? ใครรู้จักอุปกรณ์แต่งหน้าบ้าง? รู้มั้ยว่าสีๆ ที่ทาปากได้เนี่ยเรียกว่าอะไร? คุณแม่ใครทาลิปสติกบ้าง? แล้วทาลิปสติกสีอะไรบ้างคะ? เด็กๆ ก็แย่งกันตอบเจี๊ยวจ๊าวกันใหญ่….ครูก๊อดเกริ่นนำเข้าเรื่องว่าทำไม “คนหลังข่าว” จึงต้องแต่งหน้า การแต่งหน้าทำผมทำให้เปลี่ยนไปยังไง เด็กๆ รู้มั้ย? ก็ยังแย่งกันตอบอยู่ ชอบบรรยากาศงี้จัง

ตามมาด้วยการแนะนำอุปกรณ์การแต่งหน้า ที่ขนไปมีเซทแปรงที่จำเป็น (เอา IQQU travel set ไป) มี BB cream ที่เหมาะกับทุกสภาพผิว แป้ง 12plus size mini และเซท palate 88 color ตา แก้ม ปาก ที่ดูอลังการจนเด็กๆ ร้อง “ว้าวววววววว!!!!!” สอนไปก็ลุ้นไปจะรอดมั้ยว๊า แต่เด็กๆ ก็ดูสนใจและตั้งใจดี….พอเข้าช่วงลงมือ คุณครูก็ให้จิระจิระออกมาเป็นผู้ช่วย โดยมีครูก๊อดเป็นนางแบบตัวอย่าง (ไม่มีรูปลิงอ่ะ ไว้รอกล้องพี่วิละค่อยอัพน๊า)….มี๊จีนแต่งข้างนึง จิระแต่งข้างนึง ไล่ไปทีละสเตป ใช้ได้เลยทีเดียว มีเด็กๆ แวะเวียนเข้ามาดู มาช่วยหยิบแปรงทาลิป ปัดแก้มเป็นระยะ….พอเสร็จก็ให้เด็กๆ ลงมือโหวตกันเองว่าอยากจะแต่งหน้าให้ใคร ผู้โชคดีได้แก่ครูกัญ และพี่วิ

ขั้นตอนซับหน้า คุณครูให้น้องเล็กเป็นคนลงมือ ใช้กระดาษซับหน้าให้นางแบบ และขั้นตอนอื่นๆ ก็สลับๆ กันมาช่วย ช่วงลงรองพื้นที่สอนไว้ว่าให้ใช้ปริมาณเท่าเม็ดถั่ว เด็กๆ ก็บีบมาได้พอดีๆ ป้ายตรงไหน ใช้แปรงอะไร จำได้หมด เกลี่ย ปาดได้และทำได้ดีซะด้วย!!!! ต้องลงแป้งด้วยแปรงสีแดง ลงอายชาโดว์ด้วยแปรงสีขาว ปัดแก้มด้วยแปรงสีน้ำตาล….วิธีเลือกสีตายังไง ตอนแรกที่มี๊จีนแต่งครูก๊อดให้ดูเป็นตัวอย่างก็ถามว่า “รู้มั้ยว่าควรจะแต่งตาสีอะไรให้คุณครูนะ?” ก็ตอบกันตามสีที่ตัวเองชอบ ชมพู ฟ้า ม่วง ฯลฯ แต่พอสอนวิธีเลือกโดยให้ดูว่าครูก๊อดใส่เสื้อสีอะไร มีกำไล มีนาฬิกาสีอะไร และควรจะเลือกสีอะไรนะ พอถึงตอนที่ต้องแต่งหน้าให้ครูกัญกับพี่วิเด็กๆ ก็จำและเลือกได้ดี ไม่มีหลุดธีมเลย เก่งมากกกกกกกก!!! ตั้งใจลงสี ระบายปากกันมากมาย ทุกคนยอมนิ่งเป็นเด็กดีเพื่อจะได้ออกมาลงมือกันเลยทีเดียว (ครูก๊อดมีกติกาว่าถ้าเป็นเด็กดีแล้วจะได้ออกมา)

แต่งหน้าเสร็จ แต่จะสวยให้ครบ คุณครูเลยให้ทำผมด้วย ถึงจะไม่ได้ทำอะไรอลังการ แต่แค่มีไดร์เป่าผมเด็กๆ ก็ได้ร้อง “ว้าววววว” กันอีกรอบ

จบ หมดเวลา คุณครูสรุปความสำคัญ ของอาชีพต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ “คนหลังข่าว” แล้วถามว่า “แล้วรู้มั้ยว่าคุณแม่จิระทำงานอะไร?”

เสียงตะโกนตอบกันเซ็งแซ่

“ช่างแต่งหน้าค่ะ”
“ช่างทำผมคับ”

และแว่วๆ มีเสียงสรุปให้ว่า

“คุณแม่จิระเป็นช่างเสริมสวยค้าบบบบบ”

ฮ่าๆๆๆๆๆๆ!!!!!

Written by pikarin

April 20, 2011 at 12:42

Posted in my monkey

คำถาม + เล่น + ตรรกะลิงๆ I

1.”ถ้าน้ำตกจากที่สูงมาที่ต่ำแล้วถ้าน้ำจะไปชั้น 3 มันต้องขึ้นบันไดไปใช่มั้ยอ่ะค้าบ?”

2.”สิบจุดวันเกิดแม่” (แปลตั้งนานกว่าจะรู้ว่ามันคือ 10.22 น.)

3.ครูแจนแจ้งเลื่อนทริปเนื่องจากเทวดายังไม่ยอมหยุดฉี่….บอกลิงปั๊บ ถามต่อทันใด….”ที่ปัดน้ำฝนเอาไว้เช็ดฉี่เทวดาใช่มั้ยแม่? บ้านเทวดาไม่มีห้องน้ำเหรอ?”

4.อยู่ๆ ลิงเอา headphone มาใส่คอ ให้ป๊าจูงสายคลานลงบันไดบ้าน…แม่ถามทำไรกัน ฮีตอบ “โฮ่ง” -_-” ป๊าต้องขยายความว่าเล่นเป็นหมากันเลยตอบได้แค่นี้….พอเจอเนี๊ยะก็ “โฮ่ง โฮ่ง” จิ้นต่อได้ว่า…หมาต้องเห่าแมวนั่นเอ๊ง!!!

อัพจากตือมื๋อไปทีนึงละเจือกโง่ save draft แล้วหาไม่เจอ -__-”

"แม่ๆ! ดูสิจิระเขียนชื่อจิระ"

Written by pikarin

April 8, 2011 at 11:42

Posted in my monkey